หล่อเลือกได้.

หล่อเลือกได้.

• 2008-Feb-16 - บทที่ 9 ปัญญาประดิษฐ์ ระบบผู้เชี่ยวชาญและระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์

บทที่  9

ปัญญาประดิษฐ์  ระบบผู้เชี่ยวชาญและระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) คือ ศาสตร์แขนงหนึ่งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานมาจากวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์  ชีววิทยา จิตวิทยา ภาษาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์  เป้าหมายของปัญญาประดิษฐ์คือ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย์ ตั้งแต่เห็น ฟัง เดิน พูด และรู้สึก รวมทั้งเลียนแบบความเป็นอัจฉริยะของมนุษย์

ความเป็นมาของปัญญาประดิษฐ์  

ปัญญาประดิษฐ์ได้เริ่มการศึกษาในปี ค.ศ.1950 โดยอาจารย์จากประเทศอเมริกาและอังกฤษ นิยามของปัญญาประดิษฐ์ได้ถูกกำหนดขึ้นในปี 1956 โดย John McCarthy ได้มีการศึกษาและพัฒนางานด้านปัญญาประดิษฐ์และได้มีการตั้งเกณฑ์ทดสอบเพื่อที่จะระบุว่าเครื่องจักรกลหรือระบบคอมพิวเตอร์สามารถคิดได้เหมือนมนุษย์ออกมาโดย Alan Turing นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ แต่จนบัดนี้เครื่องจักรกลหรือระบบคอมพิวเตอร์ก็ยังไม่สามารถผ่านเกณฑ์ของ Alan Turing ได้เลย  ณ ปัจจุบันระบบปัญญาประดิษฐ์ยังไม่สามารถสร้างคำตอบที่แปลกใหม่หรือคำตอบที่มาจากการคิดค้นขึ้นมาใหม่ของระบบเองได้ เพียงแต่เป็นการลอกเลียนความสามารถของมนุษย์ได้เท่านั้น

ลักษณะของงานปัญญาประดิษฐ์

                1.  Cognitive Science เป็นงานที่พัฒนาบนพื้นฐานของชีววิทยา จิตวิทยา และสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ประกอบด้วย ระบบผู้เชี่ยวชาญ หรือ ระบบงานความรู้ ระบบเครือข่ายนิวรอน ฟัสชี่โลจิก เจนเนติกอัลกอริทึม เอเยนต์ชาญฉลาด และระบบการเรียนรู้

                2.  robotics เป็นงานซึ่งพัฒนาบนพื้นฐานของวิศวกรรมและสรีรศาสตร์ และเป็นการพยายามสร้างหุ่นยนต์ให้มีความฉลาดและถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์แต่สามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนกับมนุษย์ โดยพยายามทำให้หุ่นยนต์มีทักษะให้ด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ ทักษะในการมองเห็น  ทักษะในการสัมผัส ทักษะในการหยิบจับสิ่งของ ทักษะในการเคลื่อนไหว และทักษะในการนำทางเพื่อไปยังที่หมาย

                3.  natural interface เป็นงานซึ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจในสิ่งที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์สามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักรกลได้อย่างสะดวก  ประกอบด้วยงานด้านต่างๆ ดังนี้ ระบบที่มีความสามารถในการเข้าใจภาษามนุษย์ การพัฒนาระบบงานลักษณะนี้จะรวมเทคนิคของการจดจำคำพูดและเสียงของผู้ใช้งานได้ด้วย ซึ่งจะทำให้มนุษย์สามารถพูดหรือสั่งงานกับคอมพิวเตอร์หรือหุ่นยนต์ได้ด้วยภาษามนุษย์ที่ไชใช้กันทั่วไป และระบบภาพเสมือนจริง เป็นการสร้างภาพเสมือนจริงหรือภาพจำลองของเหตุการณ์โดยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีการติดตั้งตัวเซ็นเซอร์ต่างๆ ไว้กับอุปกรณ์ที่ใช้เป็น Input / output ของระบบด้วย

ประโยชน์ของปัญญาประดิษฐ์

                1. ข้อมูลจะถูกเก็บในลักษณะที่เป็นฐานความรู้ขององค์การ พนักงานสามารถเข้าไป สืบค้นและหาคำตอบหรือหาคำปรึกษาได้ทุกเวลา   

2.เพิ่มความสามารถให้กับฐานความรู้ขององค์การด้วยการเสนอวิธีการแก้ปัญหาสำหรับงานเฉพาะด้านซึ่งมีปริมาณมากและมีความซับซ้อนมากเกนไปสำหรับมนุษย์    

3. ช่วยทำงานในส่วนที่เป็นงานประจำหรืองานที่เบื่อหน่ายของมนุษย์

 4.ช่วยสร้างกลไกที่ไม่นำความรู้สึกส่วนตัวของมนุษย์มาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ

ระบบผู้เชี่ยวชาญ

ระบบผู้เชี่ยวชาญ(Expert Systems) เป็นระบบที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาหรือทำการตัดสินใจ โดยจะเกี่ยวข้องกับการจัดความรู้ มากกว่าสารสนเทศทั่วไป และจะถูกออกแบบให้ช่วยในการตัดสินใจโดยใช้วิธีเดียวกับผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ เป็นการจำลองความรู้ของผู้เชี่ยวชาญมาไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งระบบผู้เชี่ยวชาญจัดเป็นงานทางด้านปัญญาประดิษฐ์ที่มีการปฏิบัติและติดตั้งใช้งานมากที่สุด ระบบจะทำการโต้ตอบกับผู้ใช้ โดยมีการถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความกระจ่าง ให้ข้อแนะนำ และช่วยเหลือในกระบวนการตัดสินใจ แต่ระบบนี้จะมีความสามารถเฉพาะด้านต่อปัญหาเฉพาะทางที่ไม่สามารถแก้ไขดัดแปลงไปใช้แก้ปัญหาอื่นได้โดยง่าย

องค์ประกอบของระบบผู้เชี่ยวชาญ

1.  ฐานความรู้ (Knowledge Base) เป็นส่วนของความรู้ของผู้เชี่ยวชาญทั้งข้อเท็จจริงที่เป็นความรู้ทั้งหมดและกฎที่ผู้เชี่ยวชาญใช้ในการตัดสินใจ

2.  โปรแกรมของระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System Software หรือ Software Resources) แบ่งเป็น 2ส่วน คือ ส่วนที่ใช้ในการประมวลผลความรู้จากฐานความรู้และส่วนที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้

ประโยชน์ของระบบผู้เชี่ยวชาญ

                1. ช่วยในการเก็บความรู้ของผู้เชี่ยวชาญในด้านหนึ่งด้านใดโดยเฉพาะไว้ ทำให้ไม่สูญเสียความรู้และสามารถนำความรู้นั้นมาใช้งานเมื่อผู้เชียวชาญออกจากองค์การหรือไม่สามารถปฏิบัติงานได้

                2. จะช่วยขยายขีดความสามารถในการตัดสินใจให้ผู้บริหารจำนวนมากๆ พร้อมกัน

                3. สามารถเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิพลให้กับผู้ใช้ระบบในการตัดสินใจได้เป็นอย่างมาก

                4. ช่วยให้การตัดสินใจแต่ละครั้งมีความใกล้เคียงและไม่ขัดแย้งกัน

                5. ช่วยลดการพึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

   

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information Systems : GIS) คือ กระบวนการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงพื้นที่ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้กำหนดข้อมูลและสารสนเทศที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิงพื้นที่ เป็นระบบข้อมูลสารสนเทศที่อยู่ในรูปของตารางข้อมูล และฐานข้อมูลที่มีส่วนสัมพันธ์กับข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์ด้วย GIS และทำให้สื่อความหมายในเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับเวลาได้ เช่น การแพร่ขยายของโรคระบาด การบุกรุกทำลายป่า ฯลฯ เป็นระบบข้อมูลข่าวสารที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์แต่สามารถแปลความหมายเชื่อมโยงกับสภาพภูมิศาสตร์อื่นๆได้

                                                   

องค์ประกอบของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

                1. อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

                2. โปรแกรม

                3. ข้อมูล

                4. บุคลากร

                5. วิธีการหรือขั้นตอนการทำงาน

              

 หน้าที่หลักของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

                1. การนำเข้าข้อมูล (Input)

                2. การปรับแต่งข้อมูล (Manipulation)คือการปรับข้อมูลให้อยู่ในระดับเดียวกันก่อนนำไปใช้งาน

                3. การบริหารข้อมูล (Management)ใช้ DBMS ในการบริหารข้อมูลเพื่อให้ได้การทำงานที่มีประสิทธิภาพ

                4. การเรียกค้นและวิเคราะห์ข้อมูล (Query and Analysis)เป็นการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์

                5. การนำเสนอข้อมูล (Visualization)เป็นการนำเสนอข้อมูลทั้งแบบ 2มิติ และ 3มิติ

 

ประโยชน์ของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

                1.  ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนจากการทำงานแบบเดิม

                2.  แก้ปัญหาความล้าช้าของข้อมูล

                3.  หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ในระดับหนึ่ง

                4.  สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้และยังทำให้เกิดความเป็นอิสระของข้อมูล

                5.  ควบคุมความเป็นมาตรฐานได้

                6.  สามารถจัดหาระบบความปลอดภัยที่รัดกุมได้

                7.  ควบคุมความคงสภาพของข้อมูลได้

 

กรณีศึกษา : การใช้ระบบผู้เชี่ยวชาญที่บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส

1. ระบบ Authoriszer's Assistant ช่วยปรับปรุงกระบวนการพิจารณาอนุมัติวงเงินค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของบริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส อย่างไร

ตอบ = จากระบบเดิมที่บริษัทใช้ในการตัดสินใจอนุมัติจะอยู่ที่ตัวพนักงานเป็นหลัก ทำให้เกิดการล่าช้าและผลลัพธ์จากการตัดสินใจไม่แน่นอน เมื่อนำระบบผู้เชี่ยวชาญมาใช้ ประมาณ 1ใน4 ของธุรกรรมทั้งหมดก็ไม่จำเป็นต้องใช้การพิจารณาของมนุษย์ร่วมอยู่ด้วยเลยเพราะระบบจะทำการตัดสินใจและส่งข้อมูลการพิจารณาอนุมัติหรือไม่ให้กับร้านค้าได้โดยตรง โดยการดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาจากฐานข้อมูลอย่างรวดเร็ว ประเมินผล  และตัดสินใจหรือให้คำแนะนำว่าควรอนุมัติยอดการใช้จ่ายหรือไม่ ส่วนการทำธุรกรรมที่เหลือ 3ใน4 ระบบจะส่งผ่านการตัดสินใจพร้อมเหตุผลให้พนักงานพิจารณาด้วยตนเองอีกที ทำให้ลดเวลาที่ใช้ในการประมวลผลได้มาก

 

2.ข้อดีของระบบ Authoriszer's Assistant มีอะไรบ้าง

ตอบ =    1.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

                2.เกิดความรวดเร็วในการทำงาน

                3.ลดเวลาที่ใช้ในการประมวลผลลงได้

                4.ลดยอดหนี้เสีย

5.เป็นการบูรณาการให้ใช้กับงานในแผนกอื่นๆได้ เช่น ฝ่ายสินเชื่อ

 

3. ท่านคิดว่าระบบ Authoriszer's Assistant ช่วยสนับสนุนการบริการของลูกค้าหรือไม่

ตอบ = ช่วยเป็นอย่างมาก อย่างในกรณีของร้านค้า ระบบจะเป็นเครื่องมือในการให้คำแนะนำแก่ร้านค้าว่าควรอนุมัติยอดการใช้จ่ายหรือไม่ ในด้านของผู้ซื้อสินค้าเองก็ไม่จำเป็นต้องพกเงินสด แค่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตก็เพียงพอ และเมื่อเครดิตของลูกค้าดี การใช้จ่ายต่างๆก็เป็นเรื่องง่ายไปทันทีโดยไม่ต้องพกเงินสด

 

4. ข้อมูลที่ได้จากระบบ Authoriszer's Assistant จะถูกใช้โดยแผนกลงทุนและประกันของบริษัทได้อย่างไร และใช้ข้อมูลจากแผนกส่งเสริมลงทุนและประกันในการให้คำแนะนำของระบบ Authoriszer's Assistant ได้อย่างไร

ตอบ = ข้อมูลที่ได้จากระบบ Authoriszer's Assistant จะถูกใช้โดยแผนกลงทุนและประกันของบริษัท  โดยเป็นเครื่องมือในการให้คำแนะนำแก่บริษัทว่าควรลงทุนในกิจการมากน้อยเพียงใด เมื่อใดควรเพิ่มและเมื่อใดควรลดการลงทุน  ส่วนการใช้ข้อมูลจากแผนกส่งเสริมลงทุนและประกันในการให้คำแนะนำของระบบ Authoriszer's Assistant นั้นก็อาจเป็นเรื่องของการนำผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รายรับ รายจ่าย ยอดหนี้ ฯลฯ มาเป็นข้อมูลป้อนให้ระบบ Authoriszer's Assistant ทำการวิเคราะห์ ประเมินผลและตัดสินใจ ว่าควรมีการลงทุนเพิ่มหรือลดการลงทุนหรือไม่อย่างไร

 

5. ระบบเครือข่ายนิวรอนจะช่วยปรับปรุงกระบวนการพิจารณาอนุมัติวงเงินค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอย่างไร และจะถูกนำมาใช้โดยแผนกส่งเสริมลงทุนและประกันของได้อย่างไร

ตอบ = ระบบเครือข่ายนิวรอนจะเรียนรู้จากข้อมูลที่ประมวลผล จำจำรูปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูลและจำลองคำตอบของเหตุผลการอนุมัติวงเงิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง  ในด้านการส่งเสริมการลงทุนและประกันก็เช่นกันระบบเครือข่ายนิวรอนจะช่วยให้คำแนะนำและเหตุผลที่ควรมีการลงทุนหรือไม่

 

Post A Comment! :: Send to a Friend!

Categories

• Home
• My Profile
• My Photo Gallery
• Contact Us
«  November 2008  »
MonTueWedThuFriSatSun
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

Friendly Links

• My Web's RSS
Entry 6 of 14
Last Page | Next Page

Copyright หล่อเลือกได้. All rights reserved.