บทที่ 14
จริยธรรมและการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
จริยธรรมในสังคมสารสนเทศ
จริยธรรม (Ethics) หมายถึง ความถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ที่เป็นตัวแทนศีลธรรมที่เป็นอิสระในการเลือกที่จะชักนำพฤติกรรมบุคคล เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสารสนเทศทำให้เกิดปัญหาความแตกต่างระหว่างบุคคล และสังคมเพราะทั้ง 2 สิ่งนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม
โดยทั่วไปเมื่อพิจารณาถึงจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศแล้วจะกล่าวถึง 4 ประเด็น ที่รู้จักกันในลักษณะตัวย่อว่า PAPA ประกอบด้วย
1) ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) คือ สิทธิที่จะอยู่ตามลำพัง และเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น สิทธินี้ใช้ได้ครอบคลุมทั้งปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์การต่างๆ
2) ความถูกต้อง (Information Accuracy)
3) ความเป็นเจ้าของ (Information Property) คือกรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สินทั่วไปที่จับต้องได้ เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และที่จับต้องไม่ได้เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา บทเพลง โปรแกรมคอมพิวเตอร์
ทรัพย์สินทางปัญญาได้รับการคุ้มครองสิทธิภายใต้กฎหมาย (1) ความลับทางการค้า (Trade Secret) (2) ลิขสิทฺธิ (Copyright) (3) สิทธิบัตร (Patent)
4) การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) การเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้นถือเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลสวนตัว
กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ
กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับประเทศไทย มีอยู่ 6 ฉบับ คือ
1. กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
2. กฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
3. กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
4. กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
5. กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว
6. กฎหมายลำดับรอง รัฐธรรมนูญ มาตรา 78 หรือกฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ
ความเคลื่อนไหวของรัฐและสังคมต่อผลกระทบทางสังคมของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
รัฐและสังคมตระหนักต่ออิทธิพลของคอมพิวเตอร์ จึงมีความพยายามที่จะปรับปรุงแก้ไขหรือวางกฎหมายที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน เช่น การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ เช่น การโจรกรรมข้อมูลหรือความลับของบริษัท การบิดเบือนข้อมูล การฉ้อโกง การฟอกเงิน การถอดรหัสโปรแกรมคอมพิวเตอร์
แฮกเกอร์ (Hacker) คือบุคคลที่ใช้ความรู้ความสามารถในทางที่ไม่ถูกต้อง/ผิดกฎหมาย ได้แก่ การลักลอบเข้าไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นโดยผ่านการสื่อสารเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
แคร็กเกอร์ (Cracker) คือแฮกเกอร์ที่ลักลอบเข้าไปยังคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงธุรกิจ
Hacktivist หรือ Cyber Terrorist ได้แก่แฮกเกอร์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตในการส่งข้อความเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
การใช้คอมพิวเตอร์ในฐานะที่เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรม
1. การขโมยหมายเลขบัตรเครดิต
2. การแอบอ้างตัว เป็นการแอบอ้างตัวของผู้กระทำต่อบุคคลที่สามว่าตนเป็นอีกบุคคลหนึ่งเพื่อหาผลประโยชน์
3. การฉ้อโกงหรือการสแกมทางคอมพิวเตอร์ เช่น การฉ้อโกงด้านธุรกรรมทางการเงินหรือPhishing เป็นการสร้างจดหมาย ข้อความเลียนแบบหรือรูปแบบการแจ้งข่าวสารของบริษัทที่มีชื่อเสียงเพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลบางอย่างจากผู้ใช้
การใช้คอมพิวเตอร์ในฐานะเป็นเป้าหมายของอาชญากรรม
1. การเข้าถึงและการใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต
2. การก่อกวนหรือทำลายข้อมูล คือ การแทรกแซงการทำงานของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ไวรัสคอมพิวเตอร์ และการทำให้ระบบปฏิเสธการให้บริการ
3. การขโมยข้อมูลและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
การรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
1) การใช้ Username หรือ User ID และรหัสผ่าน (Password)
2) การใช้วัตถุใดๆ เพื่อการเข้าสู่ระบบ
3) การใช้อุปกรณ์ทางชีวภาพ (Biometric Devices)
4) การเรียกกลับ (Callback System)
ข้อควรระวังและแนวทางการป้องกันการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์
- ข้อควรระวังก่อนเข้าไปในโลกโซเบอร์ Haag ได้เสนอกฎไว้ 2 ข้อคือ
1) ถ้าคอมพิวเตอร์มีโอกาสถูกขโมย ให้ป้องกันโดยการล็อคมัน
2) ถ้าไฟล์มีโอกาสที่จะถูกทำลาย ให้ป้องกันด้วยการสำรอง (Backup)
- ข้อควรระวังในการเข้าไปยังโลกไซเบอร์
1) บัตรเครดิตและการแอบอ้าง
- ให้หมายเลยบัตรเครดิตเฉพาะบริษัทที่ท่านไว้วางได้เท่านั้น
- ใช้เฉพาะเว็บไซต์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย เช่น https://
- ใช้รหัสผ่านอย่างน้อย 10 ตัวอักขระ (ควรผสมกันระหว่างตัวอักษรและตัวเลข)
- ใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละระบบหรือเว็บไซต์
2) การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการให้ข้อมูลส่วนตัว
3) การป้องกันการติดตามการท่องเว็บไซต์ ใช้โปรแกรม เช่น SurfSecret เพื่อป้องกันการติดตามการท่องเว็บไซต์ โปรแกรมจะทำงานคล้ายกับโปรแกรมป้องกันไวรัส และลบข่าวสาร/โฆษณาที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้ทางเว็บไซต์
4) การหลีกเลี่ยงสแปมเมล
5) การป้องกันระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ใช้ไฟร์วอลล์ (Firewall) ที่เป็นอาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์เพื่อทำหน้าที่เป็นยามประตูตรวจสอบการเข้าระบบ
6) การป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์
- ปฏิบัติตามเคล็ดลับง่ายๆ 5 ข้อ ด้วยตัวอักษรย่อ EMAIL ดังนี้
E ย่อมาจาก Exempt from unknown คือ ไม่เปิดอีเมลจากคนแปลกหน้า
M ย่อมาจาก Mind the subject คือ หมั่นสังเกตหัวข้อของจดหมายก่อนที่จะเปิดอ่าน
A ย่อมาจากประโยค Antivirus must be installed หมายความว่า ควรติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส เช่น Norton Antivirus
I ย่อมาจาก Interest on virus news หมายความว่า ควรให้ความสนใจกับข่าวเกี่ยวกับไวรัส ติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ
L ย่อมาจาก Learn to be cautious หมายความว่า ให้ระวังให้มาก อย่าเปิดอีเมลแบบไม่ยั้งคิด
- ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการป้องกันการก่อกวนและทำลายข้อมูลได้ที่ศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (http://thaicert.nectec.or.th/)
นอกจากข้อควรระวังแล้วยังมีข้อแนะนำบางประการเพื่อสร้างสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมดังนี้
1) การป้องกันเด็กเข้าไปดูเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม
2) การวางแผนเพื่อจัดการกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช้แล้ว
3) การใช้พลังงาน
กรณีศึกษา : การโจมตีแบบฟิชชิ่งลูกค้าธนาคาร
1. การกระทำดังกล่าวเป็นเทคนิคการโจมตีแบบฟิชชิ่งอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ = คือ การกระทำความผิดด้วยการหลอกลวง เพื่อให้ได้ข้อมูลสำคัญบางอย่างของผู้อื่นไป อาทิ เช่น พาสเวิร์ด, หมายเลขบัตรเครดิต, หมายเลขพิน หรือบรรดาเลขหลายไอเดนติตี้อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูล หรือรหัสที่เกี่ยวข้องกับ การเงิน การธนาคาร โดยผู้กระทำ Phisher จะส่งข้อความหลอกลวงนั้น ผ่านทางอีเมล์บ้าง ไปยังลูกค้าของสถานบันการเงิน หรือ ธนาคาร ที่หมายตา ทำทีแจ้งแก่ลูกค้า หลอกว่าทางบริษัท หรือธนาคาร มีปัญหาเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ ขณะนี้อยู่ใน ระหว่างการ ซ่อมแซม และรวบรวมข้อมูลที่เสียหาย จึงจำเป็นต้องขอทราบข้อมูลของลูกค้า ให้ลูกค้ารีบติดต่อกลับ หรือมอบข้อมูลเหล่านั้นกลับโดยเร็ว โดยให้เข้าไปที่เว็บไซท์ หรือบริการ Online ของบริษัท หรือธนาคารนั้น ๆ ตามลิงค์ที่แนบมาด้วยแล้วในอีเมล์
2. จงยกตัวอย่างกรณีศึกษาการโจมตีแบบฟิชชิ่งมา 2 ตัวอย่าง
ตอบ = 1. Paypal การสร้างจดหมาย ข้อความเลียนแบบหรือรูปแบบการแจ้งข่าวสารของบริษัทเพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลบางอย่างจากผู้ใช้ Paypal เช่น การแจ้งทางเมลล์ว่าบัญชี Paypal ของคุณกำลังจะหมดอายุ คุณต้องกรอกข้อมูลเพื่อยืนยันการต่ออายุบัญชี เช่น ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ บัญชีผู้ใช้ Email Address รหัสผ่าน เป็นต้น
2. Egold การแฮก Egold โดยการสร้างจดหมาย ข้อความเลียนแบบหรือรูปแบบการแจ้งข่าวสารของบริษัทเพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลบางอย่างจากผู้ใช้ Egold เช่น การส่งเมลล์มาให้แก้ไขข้อมูลเพราะทางบริษัทได้จัดทำระบบใหม่เพื่อการสร้างบริการที่ดีลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยให้กรอก Username , Password , Account Number , Passphrase , Email Address ใหม่เพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณเป็นลูกค้าของทางบริษัทจริง
3. ท่านมีวิธีหลีกเลี่ยงและป้องกันกลลวงจากฟิชชิ่งได้อย่างไร
ตอบ = 1. อย่าเช็คอีเมล์เวลาเบลอๆ หรือใกล้จะหลับ เวลามึนหรือเมา
2. ให้หมายเลขบัตรเครดิตเฉพาะบริษัทที่วางใจเท่านั้น
3. ใช้เฉพาะเว็บไซต์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย เช่น http://
4. พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการให้ข้อมูลส่วนตัว และให้ข้อมูลในส่วนที่จำเป็นเฉพาะบุคคลนั้นๆ
5. ใช้โปรแกรม เช่น SurfSecret เพื่อป้องกันการติดตามการท่องเว็บไซต์
|